ไวรัส คอมพันธ์โหด! ขู่เด็กอังกฤษกลัวจนผูกคอตาย!!

ใครจะไปคาดคิดกันว่า ไวรัส คอมพิวเตอร์ที่ติดต่อผ่าน internet จะส่งผลให้เด็กคนหนึ่งผูกคอตายได้จริงๆ! แต่เหตุการณ์ที่เหนื่อจริงนี้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อ Joseph Edwards เด็กพิเศษอายุ 17 ปีในประเทศอังกฤษ  ได้ผูกตายหลังจากคอมพิวเตอร์ของตนติด ไวรัส ตัวหนึ่งเข้าไป แล้วเจ้าไวรัสตัวนี้นี่แหละที่กดดันให้เด็กน้อยผู้มีอนาคตคนนี้ต้องผูกคอตายอย่างน่าเศร้า!

อันดับแรก คอมพิวเตอร์ของเราจะไม่สามารถติด ไวรัส ได้เลย ถ้าผู้ใช้ไม่คลิกดาวน์โหลดลิงค์ที่มีไวรัสแฝงตัวรออยู่ จากเนื้อหาข่าวพบว่า ผู้ตายได้เปิดอ่านอีเมล์หลอกลวง อ้างว่านี่เป็นเมล์จากตำรวจที่ตรวจพบการใช้คอมพิวเตอร์เข้าเว็บไซท์ที่ไม่เหมาะสม หากไม่ต้องการให้ตำรวจติดตามต้องจ่ายให้กับตำรวจเป็นเงิน 100 ปอนด์(ราว 5,000 บาท) พร้อมกันนั้น ผู้ตายได้โหลดไฟล์จากลิ้งค์ที่แนบมากับอีเมล์ฉบับนี้ด้วย ซึ่งไฟล์นั้นคือ ไวรัส ที่มีชื่อว่า Ransomware นั่นเอง


Ransomware โจรเรียกค่าไถ่แห่งโลกคอมพิวเตอร์

พฤติกรรมของโจรเรียกค่าไถ่ที่จับตัวคนที่เรารักไป แลกกับการขอเงินค่าไถ่เป็นอย่างไร เจ้า Ransomware ก็มีพฤติกรรมเยี่ยงนั้น กล่าวคือมันจะสั่งล็อคไฟล์ทุกชนิดบนเครื่องของเรา ทำให้เราไม่สามารถเก็บกู้ไฟล์นั้นมาใช้งานได้ นอกเสียจากเราจะจ่ายค่าไถ่ราว 200$ เพื่อแลกกับการปลดล็อคไฟล์ของเรา เรียกได้ว่าเหยื่อรายนี้โดนทั้งเมล์หลอกลวง ทั้ง ไวรัส พร้อมกันเลยทีเดียว!


ตัวอย่างหน้าตาของ Ransomware
(เครดิตภาพจ trak.in)


ไม่ว่าใครก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายได้

หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปการโดนหลอกลวงแบบนี้อาจทำให้เจ็บปวดและเสียอารมณ์ไปบ้าง (รวมถึงเสียเงินหากเอาไปซ่อม) แต่ด้วยความที่ผู้เคราะห์ร้ายเป็นเด็กพิเศษ ทำให้เรื่องจบลงได้เศร้ากว่าที่ใครจะคาดคิด เหยื่อได้ผูกคอตายเพื่อตัดปัญหาไม่ให้แม่หรือพี่สาว ต้องมาเดือดร้อนเพราะตัวเองเป็นต้นเหตุ!

ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าคนธรรมดาทั่วไปจะไม่ต้องกังวลกับไวรัสตัวนี้ หากงานในคอมของเราที่ดีลกับลูกค้ามีมูลค่าเป็นแสนเป็นล้านต้องโดนไวรัสจนเปิดไม่ได้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็เกินกว่าจะเรียกว่ารับได้เช่นกัน ทางที่ดีเราควรระวังตัวเอาไว้เสมอ ไม่ว่าเราหรือคนรอบตัวจะเปิดอ่านเมล์ใดๆก็ตาม


วิธีป้องกันไม่ให้ตัวเองและคนที่รักตกเป็นเหยื่อ

อย่าคลิก ลิงค์ ที่แนบมากับอีเมล์จากคนที่ไม่รู้จักมาก่อน โดยเฉพาะอีเมล์ที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าพนักงาน ผู้ให้บริการ ฯลฯ ควรโทรไปตรวจสอบเสมอว่า หน่วยงานต้นสังกัดได้ส่งเมล์มาให้เราจริงๆหรือไม่ ในกรณีที่มีเด็กพิเศษอยู่ในการดูแล ควรให้ความเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด เพราะเค้าอาจแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่เราคาดไม่ถึงเช่นในกรณีนี้ก็ได้

เครดิต : http://thehackernews.com/

Share on Google Plus